ความเข้าใจบางประการเกี่ยวกับการวิจัย

ในความคิดของคนส่วนใหญ่ทั่ว ๆ ไป มักมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการวิจัยไปในเชิงที่ยุ่งยากซับซ้อน ต้องเป็นโครงการใหญ่ และต้องใช้สถิติขั้นสูง ทำให้คนส่วนมากเกิดความลังเล ท้อถอย และคิดว่าไม่สามารถทำการวิจัยได้ แต่โดยแท้จริงแล้ว การวิจัยไม่จำเป็นจะต้องเป็นโครงการใหญ่ หรือต้องใช้สถิติขั้นสูง ทั้งนี้เพราะการวิจัยเป็นวิธีการศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ในสิ่งที่วิจัยนั้น ผลที่ได้จากการวิจัยอาจนำไปตั้งเป็นกฎ ทฤษฎี หรือใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ใช้แก้ปัญหา หรือการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพได้
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการวิจัยที่ถูกต้อง จึงขอสรุปประเด็นสำคัญ ๆ ที่มักก่อให้เกิดความเข้าใจผิดดังต่อไปนี้
1. การวิจัยอาจกระทำได้ในหลายสถานการณ์ ไม่จำเป็นจะต้องมีการทดลองและพิสูจน์ในห้องทดลองเท่านั้น เช่น การวิจัยทางสังคมศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาวิธีการให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นจนเป็นที่ยอมรับกันว่า การวิจัยทางสังคมศาสตร์ถ้าทำให้ถูกวิธีก็จะให้ผลแม่นยำในระดับสูงได้
2. การวิจัยอาจกระทำได้แม้ในเรื่องเล็กน้อย เช่น การวิจัยเพื่อช่วยให้การปฏิบัติงาน หรือการแก้ปัญหามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นต้น ดังนั้นผลงานวิจัยอาจจะมีเพียง 3 - 4 หน้าก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องทำเป็นโครงการใหญ่ ๆ ใช้เวลา เงินทุน บุคลากร และจำนวนกลุ่มตัวอย่างมาก ๆ หรือผลงานวิจัยจะต้องมีความยากมาก ๆ เสมอไป
3. การวิจัยในบางเรื่องบางกรณีไม่จำเป็นจะต้องใช้แบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์ แต่คนส่วนมากมีความเข้าใจว่าจะต้องใช้แบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์ทุกครั้ง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด ความจริงแล้วการวิจัยอาจจะได้มาจากการศึกษาจากเอกสารหรือการไปสังเกตการณ์ก็ได้ และในกรณีที่การวิจัยต้องใช้แบบสอบถามก็อาจใช้วิธีส่งทางไปรษณีย์ได้ ไม่จำเป็นต้องออกไปสัมภาษณ์ด้วยตนเอง เพราะผู้วิจัยบางคนไม่ชอบออกไปสัมภาษณืหรือเผชิญหน้ากับผู้ให้ข้อมูล
4. การวิจัยเป็นเรื่องที่ผู้วิจัยสามารถค้นหาข้อเท็จจริงโดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และผู้วิจัยจะต้องแปลผลไปตามนั้น ไม่ใส่อคติส่วนตัวตลอดจนใช้สามัญสำนึกเข้ามาเปลี่ยนแปลงผลการวิจัยนั้น
5. การวิจัยไม่จำเป็นจะต้องมีตาราง กราฟ และตัวเลขที่ได้จากการวิเคราะห์ทางสถิติขั้นสูงเสมอไป การวิจัยง่าย ๆ ที่ไม่มีตัวเลขสนับสนุน แต่มีการวิเคราะห์เชิงเหตุผลหรือหลักฐานอื่นมาสนับสนุนก็ถือว่าเป็นงานวิจัยได้ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลออกมาในรูปร้อยละ หรือเปอร์เซ็นต์ง่าย ๆ ก็ถือว่าเป็นงานวิจัยได้เหมือนกัน ถ้าเป็นการแสวงหาความรู้ความจริงอย่างมีระเบียบแบบแผนและมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน
ความเข้าใจผิดบางประการดังกล่าวนี้ สามารถแก้ไขได้ถ้าผู้วิจัยได้ศึกษาและพยายามหาความรู้ในเรื่องของการวิจัยให้ดีและถูกต้อง โดยผู้วิจัยควรจะได้ทำความเข้าใจว่า การวิจัยนั้นที่แท้จริงคืออะไร และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

เอกสารชุดนี้นำมาจาก เอกสารประกอบคำสอนเรื่อง "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวิจัย" โดย รองศาสตราจารย์นิภา ศรีไพโรจน์